ซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าใหม่หรือมือสอง เว็บลงโฆษณาฟรี ประกาศขายสินค้าออนไลน์
โพสเว็บบอร์ด, โปรโมทเว็บ => เว็บบอร์ดโพสฟรี เว็บประกาศฟรี โพสต์ฟรีใหม่ๆ เลื่อนประกาศได้ง่าย => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2026, 20:40:26 น.
-
อาหารทางการแพทย์สามารถใช้เป็นอาหารสายยางแก่ผู้ป่วยได้หรือไม่ (https://dseelin.co.th/)
ได้แน่นอนครับ และในปัจจุบัน อาหารทางการแพทย์ (Commercial Formula) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงมากสำหรับการให้อาหารทางสายยาง เนื่องจากมีข้อดีหลายประการที่เหนือกว่าอาหารปั่นผสมเองในบางแง่ครับ
เหตุผลและรายละเอียดที่คุณควรรู้ก่อนเลือกใช้ครับ:
1. ทำไมอาหารถึงทางการแพทย์ถึงใช้ทางสายยางได้ดี?
สารอาหารแม่นยำ: มีการคำนวณสัดส่วน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และวิตามินมาให้ครบ 5 หมู่ตามความต้องการของร่างกายใน 1 แก้ว
ความสะอาดสูง: ลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการท้องเสียในผู้ป่วยสายยาง
ละลายง่าย ไม่ตันสาย: เนื้อสัมผัสจะเป็นของเหลวที่มีความหนืดคงที่ ทำให้ไหลผ่านสายยางได้สะดวก ไม่เกิดปัญหาตะกอนอุดตัน
สะดวก: ประหยัดเวลาในการเตรียม ไม่ต้องต้ม ปอก หรือปั่นเอง
2. อาหารทางการแพทย์มีหลายสูตร (เลือกให้ถูกกับโรค)
การเลือกใช้ต้องดูว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวหรือไม่ เพราะแต่ละสูตรออกแบบมาต่างกันครับ:
สูตรมาตรฐาน (Standard Formula): สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ระบบย่อยปกติ (เช่น Ensure, Isocal, Nutren Optimum)
สูตรควบคุมน้ำตาล (Diabetes Formula): สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เน้นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและใยอาหาร (เช่น Glucerna, Nutren Diabetes)
สูตรโปรตีนสูง (High Protein): สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัด (เช่น Prosure, Oralane)
สูตรเฉพาะโรคไต (Kidney Formula): จะจำกัดปริมาณฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโปรตีนตามระยะของโรค (เช่น Nepro, Onesure)
3. วิธีการเตรียมอาหารทางการแพทย์เพื่อใส่สายยาง
การชง: ต้องใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วหรือน้ำอุ่น (ห้ามใช้น้ำร้อนจัดเพราะจะทำลายโปรตีนและวิตามิน)
ความเข้มข้น: โดยปกติจะชงให้ได้พลังงาน 1 kcal/ml (เช่น ผง 6 ช้อน ต่อน้ำ 200 ml จะได้ปริมาณรวมประมาณ 230−250 ml)
การเก็บรักษา: หากชงแล้วควรให้ผู้ป่วยทันที หากเหลือให้แช่ตู้เย็นและใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง
4. ข้อควรระวัง
การปรับตัวของลำไส้: หากเปลี่ยนจากอาหารปั่นมาเป็นอาหารทางการแพทย์กะทันหัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการท้องเสียในช่วง 1-2 วันแรก ควรเริ่มให้ในปริมาณน้อยๆ หรือปล่อยให้ไหลช้าลงเพื่อให้ลำไส้ปรับตัว
ราคา: อาหารทางการแพทย์จะมีราคาสูงกว่าการซื้อวัตถุดิบมาปั่นเอง
น้ำตาลแฝง: ในบางยี่ห้ออาจมีส่วนประกอบของน้ำตาลหรือนมวัว หากผู้ป่วยแพ้นมวัวต้องเลือกสูตรที่เป็นโปรตีนจากถั่วเหลืองแทน
💡 สรุปจาก Gemini
อาหารทางการแพทย์เป็นตัวเลือกที่ดีมากในกรณีที่ผู้ดูแลไม่สะดวกเตรียมอาหารเอง หรือผู้ป่วยมีโรคเฉพาะทางที่ต้องการการคุมสารอาหารอย่างเข้มงวดครับ หลายบ้านใช้วิธี "ผสมผสาน" คือมื้อเช้า-เย็นเป็นอาหารปั่นสด และมื้อกลางวันเป็นอาหารทางการแพทย์เพื่อความสะดวกก็ได้เช่นกันครับ